เรื่องเล่าจากหัวโขน

โขนเป็นการแสดงศิลปะของไทยที่ดูมีความศักดิ์สิทธิ และก่อนจะทำการแสดงโขนได้นั้นต้องมีการนำหัวโขนมาตั้งประดิษฐานเป็นเครื่องสักการะในการไหว้ครู และจะต้องตั้งเครื่องให้ครบทั้งหมดก่อนมีพิธีไหว้ครู และก่อนจะทำการแสดงจะต้องมีการทำที่ทางในการแสดงโขนก็จะต้องมีการทำพิธีปัดเสียดรังควานออกจากบริเวรนั้นเสียก่อน

และก่อนจะมีการแต่งตัวก็ควรไหว้ครูก่อน และเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็ต้องไหว้ครูก่อนที่จะสวมหัวโขนก็ต้องไหว้ครูอีกรอบ คือประเพณีสืบทอดกันมาและเมื่อทำการแสดงเสร็จสิ้นแล้วทุกคนก็ต้องมาไหว้ครูอีกครั้ง และจะต้องมีการไหว้ขอขมากันเองด้วย

เรื่องเล่าจากหัวโขน

ความเชื่อในโบราณที่ว่าห้ามเก็บหัวโขนรวมกันควรแยกฝั่งยักษ์กับลิงออกจากัน และควรเก็บไว้คนละด้านกันเลย และจะมีหัวโขนของพระฤาษีขั้นกลางระหว่างของฝ่ายหน้ายักษ์ และหน้าลิงนั้นด้วย จึงเกิดเป็นเรื่องเล่าขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ ที่บริเวณที่เป็นห้องคลังมีไว้สำหรับเก็บหัวโขน และได้มีการแยกฝ่ายหน้ายักษ์ กับหน้าลิง ไว้คนละข้างแล้ว ตรงกลางยังตั้งหัวโขนของหน้าพระฤาษีไว้ด้วย

แต่ผู้ที่มีหน้าทีดูแลห้องคลังนี้ลืม หรือว่าตั้งใจไม่รู้ได้ ได้ทำการยกหน้าพระฤาษีออกไปไว้ที่อื่น เช้าวันรุ่งขึ้นเข้ามาในห้องคลังปรากฏว่าตู้กระจกแตกกระจายหัวโขนหล่นมาลงพื้นมีการฉีกขาดของหน้ากาก ทั้งหน้ายักษ์มีการเขี้ยวหลุด หน้าลิงจอนหูหัก แต่จะเกิดความเสียหายทั้งฝั่งหน้าลิงเสียมากกว่า และในสมัยยังเชื่ออีกว่าการนำชุดที่แสดงเกี่ยวกับโขนนั้น

ไม่ควรนำมาเก็บไว้ที่บ้านได้ รวมไปถึงรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับโขน ห้ามนำเข้าบ้านเด็ดขาด ควรจะฝากของเหล่านี้ไว้ที่วัด เพราะถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธินั่นเอง

การแต่งกายของโขนประกอบด้วย

การแต่งกายฝ่ายพระประกอบไปด้วยเสื้อมีทั้งแบบมีอินธนู และไม่มีอินธนู และมีทั้งแบบแขนสั้นและแขนยาว ของแต่ตัวละครแตกต่างกันไป เครื่องประดับก็จะประกอบไปด้วย เสื้อฉลององค์ กำไรข้อเท้า ผ้านุ่ง ที่รัดสะเอว ดอกไม้ สังวาลและก็ชฎาเป็นต้น ส่วนตัวนางก็จะมีเครื่องประดับคล้ายกัน อย่างพวกกำไรข้อเท้า เข็มขัด เสื้อนางใน ดอกไม้ทัดหูซ้าย เป็นต้น

โขนถือเป็นการแสดงที่ศักดิ์สิทธิเมื่อก่อนจะหาดูได้ยากนอกจากทางวังจัดให้มีการแสดงถึงจะได้ดู โขนเป็นเหมือนการแสดงที่คู่บ้านคู่เมืองของคนไทยไปแล้ว และยังมีมนต์ขลังทุกที ที่ได้ชมศิลปะการแสดงโขน

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ประเพณีและตำนาน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร