ประวัติศาสตร์ของภาคอีสาน

คุณรู้ไหมว่าในแถบทางภาคอีสานนั้นมีหลักฐานมากมายทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในภาคอีสานทั้งยังมีประวัติความเป็นมาหลากหลายชนิดที่ถูกเก็บไว้ให้เรานั้นได้เห็นและเป้นความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์มีชิ้นส่วนมากมายที่เกิดขึ้นในแถบทางภาคอีสานมีของเก่ามากมายให้เรานั้นได้ค้นหาความรู้จากหลักฐานของเก่าอีกมากมายเราจะมาพูดถึงของโบราณและอารายธรรมโบราณแห่งท้องถิ่นอีสาน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ภาคอีสานของไทยเป็นดินแดนที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานมานานหลายพันปีนับแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์และได้มีการพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถรวมตัวสร้างชุมชนขยายกลายเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ ในสมัยต่อๆมา 

เหล่งโบราณคดีมากมายที่พบอยู่ทั่วแดนอีสาน คือ หลักฐานบอกเหล่าความเป็นมาของอารยธรรมแต่เก่าก่อนมนุษย์ยุคแรกในภาคอีสานมีความเป็นอยู่เรียบง่ายอาศัยอยู่ตามถ้ำหรือเพิงผาใช้ชีวิตผูกพันธ์กับธรรมชาติเพียงการล่าสัตว์จับปลาประทังชีพหรือที่เรียกว่าสังคมล่าสัตว์ ยุคต่อมาชุมชนอีสานได้อพยพมาตั้งถิ่นฐารทำเลใหม่ในที่ต่ำริมน้ำการเป็นสังคมเกษตรมีการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เริ่มรู้จักเครื่องปั่นดินเผาก่อนพัฒนาหล่อสำริดและเหล็กเป็นลำดับจนที่สุดก็ได้ก่อรูปรวมกันเป็นชุมชนเมืองการพัฒนาของชุมชนเกตรกรรมเป็นชุมชนเมืองได้รับอิทธิพลอารยธรรมของอินเดีย

โดยผ่านมาตามลำน้ำโขงและจากภาคกลางทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม และโดยเฉพาะพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท อารยธรรมหนึ่งที่มีความโดดเด่นในประวัติศาสตร์อีสานทวาลาวดีซึ่งปรากฏหลักฐารแพร่ขยายครอบคุมดินแดนอีสานในช่วงพุทธศตวรรษที่12 14 โดยพระโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมากอันมีรูปแบบศิลปกรรมคล้ายเหือนกันอารยธรรมทวาลาวดีอื่นๆ

ซึ่งพบเห็นกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคทั่วประเทศไทย ทวาลาวดีเป็นสังคมพุทธหลังฐานที่พบเห็นอยู่ทั่วประเทศจึงมีความคล้ายเหมือนกันงานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวโยงกับพระพุทธศาสนา เช่น สถูปเจดีย์ และวิหาร ส่วนโบราณวัตถุ ที่พบก็ล้วนเป็นงานพุทธสิน เช่น พระพุทธรูป พระพิม และ ธรรมจักร แต่ก็มีบ้างสำหรับบางเมืองโดยเฉพาะในภาคอีสานที่อารยธรรมทวาลาวดีได้มีการผสมผสานหลอมรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมา

ซึ่งในการมีเอกลักษณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เรานั้นจะต้องสืบทอดให้อยู่เป็นตำนานแก่ลูกหลานของเราให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ในความเป็นจริงเรานั้นควรเลือกเก็บในสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่พิเศษแบบนี้เอาไว้เพราะรุ่นลูกหลานคงไม่มีโอกาสที่จะได้ดูเป็นแน่ แต่อย่าง้อยก็มีภาพและเรื่องเล่าพื่อเป็นการเคารพแก่บุคคลที่ล่วงลัพไปแล้วเพื่อเป็นการระลึกถึงความดีของพวกเขาอยู่เสมอนั่นเอง

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ประเพณีและตำนาน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร