ตำนานเทพนิยาย

เชื่อว่าหลายคนก็คงจะรู้จักกับเห้งเจียหรือหงอคงกันแล้วเนอะคงหงอคงก่จะเป็นลิงที่ซนๆที่เป็นหนึ่งในตัวละครหนังเรื่องไซอิ๋วที่จะตามพระถังซัมจั๋งที่จะไปตีกับพวกศัตรูอสรูอะไรกันมากมายเสร็จแล้ว  ตำนานเทพนิยาย ก็ปกป้องพระถังซัมจั๋งไปอันเชิญพระไตรปิฎกกันได้อย่างสำเร็จเขาจะเป็นลิงที่ทรงอิทฤทธิ์มากและไม่มีใครสามรถเปรียบเทียบได้

ในความที่ว่าเจ้าลิงตัวนี้มันมีความสามารถที่แก่กล้าเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปมันก็เลยได้เป็นฮีโร่ในดวงใจของใครหลายๆคนแต่ทว่าในปัจจุบันก็ได้มีคนได้ให้ความสำคัญกับตัวละครนี้มาขึ้นไปอีกบางทีมากกว่าพระถังซัมจั๋งคือก็จะมีหลายๆคนถามกันว่าหงอคงมีตัวตนอยู่จริงจากการที่พี่แก่ได้ไปเป็นเทพในการเคารพกราบไหว้ในกลุ่มคนต่างๆ

ซึ่งเพื่อนๆหลายคนก็อาจจะยังไม่รู้กันใช่ไหมเรื่องของการเดินทางไปอันเชิญพระไตรปิฎกของพระถังซัมจั๋งหรือว่าเรื่องไซอิ๋วที่เรารู้จัดและได้ดูกันในหนังในสื่อบรรเทิงจริงๆแล้ว

ตำนานเทพนิยาย มันมีแค่เพียงพระถังซัมจั๋งได้เป็นบุคคลเดียวที่ยังหายใจอยู่บนโลกมนุษย์นี้จริงๆแต่เรื่องราวที่ได้ตามกันมานั้นมันเป็นการมโนของวรรณกรรมล้วนๆเลยพูดง่ายๆเลยคนยุคหลังๆก็เอาเรื่องนี้มาเล่ากันต่อและเนื้อหามันก็ได้เป็นที่เราได้เข้าใจกันในปัจจุบันนี้

นอกจากนี้คำว่าไซอิ๋วหรือว่าภาษาจีนกลางมันก็จะมีความหมายว่าการเดินทางไปทิศตะวันตกโดยต้นฉบับของวรรณกรรมตามที่เขาได้ยอมรับกันก็เชื่อกันว่ามันเป็นวรรณกรรมในสมัยราชวงศ์หมิงที่ได้แต่งขึ้นมาโดยคนที่เขียนวรรณกรรมที่ได้มีเห้งเจียปรากฏอยู่ในนั้น

เพราะฉะนั้นแล้วอย่างไรก็ตามก็ยังได้มีบางคนเชื่อว่าผู้แต่งที่แท้จริงไม่ใช่ อู๋เฉิงเอิน หรอกเพราะว่าท่านได้เกิดมาตั้งแต่ราชวงศ์หมิงและมันก็ได้ห่างไปจากราชวงศ์ถังที่ได้เป็นช่วงเวลาที่พระถังซัมจั๋งได้ออกไปอันเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียเรื่องจริงก็คือพระถังซัมจั๋งท่านได้เดินทางไปที่อินเดียเพื่อศึกษาอยู่ที่มหาลัยนานถึง7ปี

ดังนั้นถ้ารวมเอาระยะเวลาในการเดินทางไปกลับแล้วก็จะประมาณ19ปีเลยทีเดียวเมื่อพระถังซัมจั๋งได้เดินทางกลับบ้านก็คือจีนในสมัยนั้นพระถังซัมจั๋งก็ได้อันเชิญพระไตรปิฎกฉบับสันสกฤตเอากลับมาด้วยพอถึงบ้านในตอนนั้นก็ได้เป็นช่วงเวลาจองจักรพรรดิของถังไท่จง

ซึ่งองค์จักรพรรดิก็ได้สั่งให้แปลพระไตรปิฎกแล้วยังได้บอกให้พระถังซัมจั๋งให้ไปบันทึกเรื่องราวที่ท่านนั้นได้เดินทางมาหน่อยมันดูน่าสนใจดี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานเทพนิยาย

ตำนานแจ็คเดอะริปเปอร์

สำหรับ ตำนานแจ็คเดอะริปเปอร์ เรื่องราวของเขาถือว่าเป็นตำนานที่ต้องจาลึกของโลกเลยก็ว่าได้ฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังที่ได้รับการบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เก็บแต้มจำนวนเหยื่อเท่ากับฆาตกรต่อเนื่องอย่างรายอื่นๆของโลกแต่สิ่งหนึ่งที่มันได้ทำให้เขานั้นได้มีความโด่วดังก็คือปริศนาที่เขานั้นได้ทิ้งเอาไว้ให้แก่คนทั่วโลกและไม่มีใครที่สามารถจะจับเขาได้เลยจะเป็นอย่างไรมาดูกัน

ซึ่งต้องย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่29ที่กรุงลอดดอนประเทศอังกฤษ

โดยเมืองนี้ได้เป็นต้นกำเนิดปฏิวัติอุตสาหกรรมแน่นอนแล้วว่ามันจะต้องมีความเจริญต่างๆอย่างมากมายแต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความรุ่งเรือนและทางการเงิน

เนื่องจากนี้ลอดดอนในสมัยนั้นมันก็ไม่ได้เหมือนกับลอดดอนที่เราได้รู้จักกันในสมัยนี้ไม่มีภาพความสะอาดให้เราได้เห็นกันทั้งสิ้นมีแต่ความสกปกรลุงรังสารพัดฝุ่นโรงงานหรือว่าโลกต่างๆที่ได้ทำให้ผู้คนเกิดอาการป่วยจะมีให้ได้เห็นกันในทุกๆที่ความแออัดของกรุงลอดดอนในตอนนั้นบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่สุดๆบวกกับจำนวนของผู้ที่ได้อพยพเข้ามาจากต่างถิ่นด้วยความหวังที่จะเข้ามาทำการขุดทองส่งกลับไปเลี้ยงครอบครัวของเขาที่ยากจนในต่างถิ่น

เมื่อได้มาถึงลอดดอนแล้วผู้คนเหล่านี้ก็ไม่ได้พบกับชีวิตที่สวยหรูอย่างที่คิดเอาไว้ด้วยความที่ว่ามีคนเยอะแรงงานเยอะมันก็จะหาง่ายแล้วก็จะมีราคาถูกจึงได้เป็นข้อได้เปรียบจากเจ้าของโรงงานที่เขาสามรถกดค่าแรงของคนพวกจนกระทั่งคนพวกนี้ไม่มีอะไรจะกินแม้แต่ข้าวเม็ดเดียว

ซึ่งทำให้ลูกจ่ายต่างๆได้ไปหาที่พักอาศัยราคาถูกๆอยู่โดยหนึ่งในย่านที่มีราคาถูกมากนั่นก็คือทางด้านตะวันออกของกรุงลอดดอนพอมันได้กลายมาเป็นแหล่งศูนย์รวมของคนแก่ต่างๆคุณภาพชีวิตในย่านเมืองนั้นถือว่าต่ำเตี้ยมากที่สุดในลอดดอนการปล้นการจี้นับว่ามีให้เห็นได้ทุกๆวัน

เพราะฉะนั้นแล้วเหล่าหญิงสาวที่ฝันอยากจะเข้ามาเป้นสาวโรงงานก็ได้พบกับงานใหม่ที่ดีทำเงินให้พวกเขาได้มากกว่าการมาเป็นเครื่องจักรผลิตในโรงงานเสียอีกนั่นก็มาเป็นเครื่องจักรของผ้ายที่หื่นแทนโดยงานนี้ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นงานที่ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรยิ่งถ้าเรานึกถึงงสภาพในยุคตอนนั้นแน่นอนว่าจะต้องมีการทำร้ายมีการทรมานการฆ่าเกิดขึ้นถือเป็นเรื่องธรรมดามาก

ดังนั้นจะทำยังไงได้ในเมื่อสถานการณ์มันบังคับสภาพคุณโสที่ถูกกดขี่ข่มเหงก็จะมีให้ได้เห็นกันทั่วไปในย่านนั้นจนเรียกได้ว่ามันกลายมาเป็นเรื่องที่ธรรมดาไปแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานแจ็คเดอะริปเปอร์

ประวัติของพระสีวลีก่อนที่จะมาเป็นพระอรหันต์ 

      ประวัติของพระสีวลี เป็นพระอรหันต์แห่งโชคลาภที่มี ผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก 

ทั้งในศรีลังกาและในประเทศไทย  เรื่องราวของพระสิวลีนั้นก็มีอยู่ว่าก่อนที่ท่านจะเกิดมาเป็นพระสีวลีจะมีเรื่องราวของ ท่าน เมื่อไหร่ชาติที่แล้วซึ่งในตอนนั้นพระองค์มีนามว่า ปทุมุตตระ  โดยในตอนนั้นพระสิวลีเคยเกิดเป็นกษัตริย์ในเมืองชื่อหงสาวดีเมืองหลวงของพม่าในอดีตมาจากชีวิตนี้

พระสิวลีในชาติก่อนที่เกิดมาเป็นกษัตริย์เห็นพระอรหันต์รูปหนึ่งที่เลิศทางลาภชื่อว่าสุทัศนฯก็เลยปรารถนาอยากได้ตำแหน่งกันบ้างก็เลยนิมนต์คณะสงฆ์ให้มาฉันอาหารเป็นเวลา 7 วัน จากนั้นก็ตั้งความปรารถนาว่าขอให้บุญกุศลนี้ได้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้เลิศทางด้านลาภในอนาคตกาลด้วยเถิด

       พระพุทธเจ้าปทุมุตตระการันตีว่าจะได้รับตำแหน่งสมปรารถนาในอีกแสนการ์พหลังจากนี้ในสมัยของพระพุทธเจ้านามว่าโคดมหลังจากนั้นจะสั่งเท่านี้ก็ทำบุญตลอดชีวิตแล้วก็เกิดเป็นมนุษย์บ้าง เป็นเทวดาบ้างและตกนรกบ้างเรียกว่าเวียนว่ายตายเกิด

ประวัติของพระสีวลี ไปจนถึงการ์พที่ 91 ภัตรการ์พ  ซึ่งพระสีวลีต้องเกิดและหมั่นทำบุญอย่างหนักอีกหลายภพกว่าจะได้เป็นพระสีวลี  ซึ่งบทความนี้จะเป็นหนึ่งในภพที่พระสีวลีได้ทำมาก่อนที่จะได้กลายมาเป็นพระอรหันต์ 

     ในสมัยของพระพุทธเจ้านามว่าวิปัสสีจากนั้นก็มาเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

ใกล้กับละครพันธุมะดีได้ชาตินี้พระสิวลีในเกิดเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขยันทำงานมากเมื่อพระพุทธเจ้าวิปัสสีกลับมาเยี่ยมบิดาที่เมืองหลวงชาวเมืองกับพระราชาจึงได้แข่งกันทำทานขึ้นชาวเมืองหนึ่งทำบุญมาก

แค่ไหนกษัตริย์ก็ทำบุญมากขึ้นมาอีก แข่งก็ทำบุญไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 6  ชาวเมืองก็ขาดเพียงน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้วบรรดาชาวบ้านก็รวมเงินกันคนละ 1 พันกหาปณะและเอาเงินพวกนี้ไปซื้อกับคนชนบทที่เข้ามาในพระนคร

     ในระหว่างนั้นเนี่ยชายหนุ่มสิวลีก็ได้เข้ามาอย่างเมืองหลวงระหว่างทางก็เห็นรวงผึ้งที่ไม่มีตัวอ่อนเขาก็ไล่ผึ้งออกไปและตัดกิ่งไม้พร้อมกับลงขึ้นลงมากะว่าจะเอาไปให้ในบ้านที่เขาจะไปเยี่ยมแต่แล้วก็มาพบกับชาวเมืองคนนึงเข้าและถูกขอซื้อรวงผึ้งในราคา 1 กหาปณะท่านเคยรู้สึกว่ามันแพงไป

หรือเปล่าที่ขอซื้อราคานี้ก็เลยปฏิเสธไป  แต่ชาวบ้านคนดังกล่าวก็ขอเพิ่มราคาซื้อเป็นอีก 2 กหาปณะ แต่ท่านก็ยังไม่ขายอีกชาวบ้านคนหนึ่งก็ยังไม่ยอมแพ้เพิ่มราคาให้ท่านอีก

      ทำให้ท่านแปลกใจว่าทำไมชาวบ้านคนนี้ใจเด็ดจังอะไรจะอยากได้น้ำผึ้งขนาดนั้นจึงได้สอบถามว่าถูกประสงค์แต่พอรู้ว่าพระสิวลีจะมาขายนมก็เลยขอมีส่วนร่วมบุญด้วยจึงยกรวงผึ้งให้ฟรี ก็ทำให้ชาวเมืองคนอนุโมทนากันใหญ่ชายหนุ่มสิวลี

ก็เอาเงินไปซื้อเครื่องเทศมาให้อย่างจากนั้นก็บ่นผสมคันดำพึ่งลงไปในน้ำปรุงรสด้วยเครื่องเทศ 5 อย่างอย่างนั้นก็ไปใส่ในใบบัวไปนั่งใกล้กับจุดที่พระพุทธองค์กำลังจะเดินผ่านมาจากนั้นชายหนุ่มก็ได้ถวายน้ำผึ้งกับพระพุทธเจ้าวิปัสสีด้วยบุญบารมีก็ทำให้น้ำผึ้งเพียงพอกับพระ หกล้านแปดแสน รูป

      จากนั้นชายหนุ่มก็ขอให้ผลแห่งทานในครั้งนี้ขอให้ข้าเป็นผู้เลิศทางลาภสักการะในอนาคตพระพุทธเจ้าวิปัสสีก็เลยพยากรณ์ว่าเจ้าจะได้ความปรารถนาตามนั้นเป็นการตอกย้ำบุญครั้งที่ 2 จากนั้นชายหนุ่มคนนี้ก็อยู่ในกุศลจนสิ้นชีวิต

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประวัติของพระสีวลีก่อนที่จะมาเป็นพระอรหันต์ 

ประวัติ Ghost Tower ตึกร้างที่สาทร 

         ชื่อว่าหลายคนคงได้ยินชื่อตึกร้างที่สาทรกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าตึกร้านตึกนี้เป็นตึกร้านที่มีขนาดใหญ่. Ghost Tower ตึกร้างที่สาทร  และตั้งอยู่กลางกรุงเทพมหานครพื้นที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยานับได้ว่าเป็นทำเลทองซึ่งที่ดินผืนนี้มีมูลค่ามากมายมหาศาลและยังเป็นพื้นที่ดินที่มีความสวยงามด้วยทำเลที่อยู่ติดกับแม่น้ำขนาดใหญ่และยังเป็นแหล่งชุมชนอีกด้วย

        อย่างไรก็ตามสำหรับตึกนี้ได้มีการก่อสร้างและปล่อยให้ทิ้งร้างแล้วมานานหลายสิบปีซึ่งมีประวัติชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องของความน่ากลัวเป็นอย่างมากและในปัจจุบันนี้ตึกนี้ก็ยังคงมีการปิดเอาไว้ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปภายในบริเวณตึกนี้เป็นอันขาดส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะว่าตึกนี้มีอายุเก่าแก่นานหลายสิบปีแล้วทำให้เจ้าของสถานที่เกรงว่าจะเกิดอันตรายหากเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มลงมาในขณะเดียวกันตึกนี้ก็มีเรื่องราวอาถรรพ์และการเกิดเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นมากมายจึงทำให้เป็นที่หวาดกลัวของคนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

       สำหรับตึกร้างที่สาทรแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงประมาณปีพ.ศ 2533  แต่เจ้าของไม่สามารถสร้างสำเร็จเนื่องจากประสบปัญหาด้านการเงินสมัยที่มีปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง  ปี พ.ศ  2540 นั่นเองอย่างไรก็ตามสำหรับตึกนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกโดยคนต่างประเทศส่วนใหญ่รู้จักตึกนี้กันในนามของ Ghost Tower  นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยากเดินทางมาบุกพิสูจน์ ว่าที่ตึกหลังดังกล่าวนั้นมีภูตผีจริงหรือไม่

         แน่นอนว่าเรื่องราวอาถรรพ์นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าหลายคนเชื่อกันว่าเงาของตึก Ghost Tower แห่งนี้หากพระอาทิตย์ส่องแสงลงมาจะเห็นได้ว่าเงาด้านหนึ่งของ Ghost Tower ตึกร้างที่สาทร  ไปทับพื้นที่วัดตรงบริเวณวัดยานนาวาซึ่งนี่คือหนึ่งในเรื่องราวที่ทำให้เกิดอาถรรพ์และอีกอย่างหนึ่

งมีการพูดถึงกันว่าพื้นที่ที่สร้างตึกGhost Tower นั้นเป็นสุสานเก่ามาก่อนทำให้เกิดอาถรรพ์ขึ้นเมื่อมีการก่อสร้างก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายและจากอาถรรพ์ของสุสานร้างนี้เองที่ทำให้ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะสร้างแล้วเสร็จได้นั่นเอง 

   สำหรับตึก Ghost Tower แห่งนี้มีความสูง  185 เมตร  และในปัจจุบันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้คนบุกรุกเข้าไปเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีนักท่องเที่ยวพยายามที่จะเข้าไปบุกพิสูจน์ว่าที่ตึกนี้มีผีจริงหรือไม่และหลายคนก็ประสบอุบัติเหตุตกตึกลงมาหรือไม่ก็เกิดเหตุฆาตกรรมจนในที่สุดแล้วจำเป็นต้องปิดดึกเพื่อสยบเรื่องราวอาถรรพ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง  ทำให้ในตอนนี้ ตึก Ghost Tower จึงกลายเป็นเพียงตึกร้างที่เคยมีตำนานความน่ากลัวเอาไว้เล่าต่อๆกันฟังเพียงเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่าออนไลน์

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประวัติ Ghost Tower ตึกร้างที่สาทร 

ตำนานความรักของวัดพนัญเชิง

                 หากพูดถึงชื่อวัดพนัญเชิงเชื่อว่าทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากวัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังและที่สำคัญมีประวัติอย่างยาวนานมาเป็นหลายร้อยปี ตำนานความรักของวัดพนัญเชิง และแน่นอนว่าเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือแม้แต่คนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยต่างก็พากันนับถือและมักมาทำบุญที่วัดพนัญเชิงกันเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง  สำหรับบริเวณสถานที่ตั้งของวัดพนัญเชิงนั้นจะมีการสร้างเอาไว้ใกล้กับริมแม่น้ำป่าสัก   

            หากจะพูดถึงต้นประวัติเกี่ยวกับเรื่องของการก่อสร้างวัดพนัญเชิงว่าใครเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างวัดแห่งนี้นั้นไม่สามารถที่จะระบุได้เพราะไม่ได้มีการพูดถึงผู้ที่เริ่มก่อสร้างครั้งแรกแต่เท่าที่รู้วัดแห่งนี้มีมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการก่อตั้งเมืองกรุงศรีอยุธยาขึ้นมานั่นเองซึ่งสมัยนั้นวัดแห่งนี้ยังเป็นเพียงแค่วัดขนาดเล็กพี่ยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก

         อย่างไรก็ตามตำนานเกี่ยวกับเรื่องของ ตำนานความรักของวัดพนัญเชิง แห่งนี้เป็นตำนานที่มีการเล่าขานกันมานานเป็นความรักที่เป็นโศกนาฏกรรมเป็นความรักที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับผู้ที่ได้ยินและได้ฟังซึ่งตำนานความรักนี้ได้มีการเก็บรวบรวมและบันทึกเอาไว้ในพงศาวดารเหนือ  โดยพูดถึงความรักที่พระมหากษัตริย์องค์หนึ่งที่เป็นผู้ครองกษัตริย์อโยธยาระบุว่าเป็นผู้ที่มาใช้สถานที่แห่งนี้ในการพระราชทานเพลิงศพภรรยาอันเป็นที่รักของตนเอง

        โดยพระมหากษัตริย์องค์ดังกล่าวนั้นชื่อว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งสำหรับภรรยาอันเป็นที่รักของพระองค์นั้นก็คือพระนางสร้อยดอกหมาก   ว่ากันว่าโศกนาฏกรรมเริ่มต้นขึ้นมาจากพระนางสร้อยดอกหมากนั้นแท้ที่จริงแล้วเธอเป็นพระราชธิดาของพระเจ้ากรุงจีนซึ่งเป็นพระราชธิดาบุญธรรมและพระเจ้ากรุงจีนนั้นได้ยกพระนางสร้อยดอกหมากให้มาแต่งงานกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง

  หลังจากนั้นพระเจ้าสายน้ำผึ้งก็นำเรือไปรับพระนางสร้อยดอกหมากจากเมืองจีนให้มาอยู่ด้วยกันที่อโยธยา แต่เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าว  แผนที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งจะเดินทางมารับพระนางสร้อยดอกหมากด้วยตนเองแต่พระองค์กับไม่ยอมมาส่งเพียงพวกข้าราชบริพารมาเพียงเท่านั้นซึ่งพระนางสร้อยดอกหมากเองเมื่อเห็นว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่มารับด้วยตนเองก็ไม่ยอมขึ้นจากเรือ

        เมื่อข้าราชบริพารไปแจ้งกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งถึงความต้องการของพนักงานสร้อยดอกหมากที่ต้องการให้พระองค์มารับด้วยตนเองแต่พระองค์ก็ยังคงแจ้งข้าราชบริพารว่าพระองค์จะไม่ไปรับและให้พระนางสร้อยดอกหมากเดินทางขึ้นจากเรือมาหาพระองค์เองเมื่อพระนางสร้อยดอกหมากเห็นอย่างนั้นก็เกิดความน้อยใจคิดว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่รักตนเองจึงได้ตัดสินใจกลั้นใจตายตรงบริเวณท่าเรือดังกล่าว 

           และตรงจุดนี้เองที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้ประกอบพิธีเผาศพพระนางสร้อยดอกหมาก และมีการตั้งชื่อวัดแห่งนี้หลังจากนั้นว่าวัดพระนางเชิง  แต่ภายหลังผู้คนมีการพูดจนมีการออกเสียงเพี้ยนกลายมาเป็นวัดพระนัญเชิงนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  ทดลองเล่น gclub

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานความรักของวัดพนัญเชิง

ตำนาน การสร้างปราสาทมารุโอกะ

                ในสมัยอดีตกาล เวลาที่จะมีการสร้างเสาหลักเมืองนั้น จะต้องมีการประกอบพิธีกรรม เพื่อให้เกิดความขลังและความเป็นสิริมงคล  การสร้างปราสาทมารุโอกะ สำหรับของประเทศไทยเองก็มีเหมือนกัน ซึ่งกว่าจะมีการลงเสาหลักเมืองได้นั้น จะต้องมีการเตรียมงานหลายขั้นตอนเลยทีเดียว 

           และยังเคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประวัติการสร้างเสาหลักเมืองในสมัยยอดีตกาล มาจนถึงปัจจุบันด้วย ซึ่งเรื่องเล่านั้นค่อนข้างที่จะน่ากลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และการสร้างเสาหลักเมืองนี้ไม่ได้มีแต่ที่ประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ที่ต่างประเทศเองก็มีการสร้างเสาหลักเมืองเช่นเดียวกัน และก็มีพิธีกรรม ไม่แพ้กับประเทศไทย

                ซี่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการสร้างเสาหลักเมืองของประเทศญี่ปุ่นกัน สำหรับประเทศนี้เรียกได้ว่าเป็นประเทศขวัญใจของคนไทยเลยก็ว่าได้ การสร้างปราสาทมารุโอกะ  เพราะในแต่ละปีนั้นจะมีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าหากคุณเดินเล่นในแหล่งช้อปปิ้งของประเทศญี่ปุ่น 

          คุณจะเห็นคนไทยมากกว่า 30 % เลยทีเดียวถึงขนาดที่สถานทีรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นบางสถานีมีการทำเมนูภาษาไทยเอาไว้บริการนักท่องเที่ยวกันด้วย เห็นไหมว่าคนไทยเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมากแค่ไหน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับบทความนี้ ประเด็นสำคัญที่เราจะพูดกันในบทความนี้คือ ตำนานการสร้างเสาหลักเมืองของประเทศญี่ปุ่นที่มีความน่ากลัวไม่แพ้ของไทยเลยทีเดียว 

        ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเรียกการทำพิธีตอกเสาเข็มของเสาหลักเมืองว่า พิธี ฮิโตบาชิระ ซึ่งพิธีนี้จะเป็นการนำคนเป็นๆที่ยังมีชีวิตอยู่ มาบูชายัญ ด้วยการเอาไว้ร่างของคนเหล่านั้นที่ยังไม่ได้ตาย มาฝังเอาไว้อยู่ใต้ตัวอาคาร หรือตัวปราสาทที่กำลังมีการก่อสร้าง 

          ซึ่งในสมัยก่อนนั้น ไม่ว่าจะมีการสร้างเขื่อน หรือสะพานขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ปราสาท อาคารต่างๆ ก็จะต้องหาคนเป็นมาฝังเอาไว้ แล้วหลังจากนั้นก็จะมีการทำพิธีขอพรต่อเทพเจ้าให้การก่อสร้างนั้นไม่มีปัญหา 

        สำหรับจุดเริ่มต้นของกรทำพิธีบุชายัญ ฮิโตบาชิระนี้ก็คือ ครั้งหนึ่งที่มีการก่อสร้าง ปราสาท มารุโอกะ ซึ่งปราสาทแห่งนี้นั้น อยู่ที่จังหวัด ฟุคุอิ ของประเทศญี่ปุ่น  ปราสาทแห่งนี้มีการก่อสร้างมานานมาก  แต่ไม่ว่าจะให้ช่างมีฝีมือมาก่อสร้างยังไงก็ต้องมีอุปสรรคตลอดทำให้การก่อสร้างไม่เสร็จสักที 

          ดังนั้นจึงมีคนแนะนำให้นำคนเป็นมาทำพิธี ฮิโตบาชิระ ซึ่งคนที่ถูกเลือกมานั้นคือ โอชิซึ  ซึ่งเธอนั้นเป็นแม่ม่าย  โดยเธอได้ทำข้อแลกเปลี่ยนเอาไว้ด้วยการให้ลูกชายของเธอนั้น ต้องเข้ามาเป็นซามูไร ดูแลปราสาทแห่งนี้  และตั้งแต่ที่มีการทำพิธี ฮิโตบาชิระ การก่อสร้างก็ไม่เคยมีอุปสรรคอีกเลย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabet สมัคร

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนาน การสร้างปราสาทมารุโอกะ

มีด มีประวัติและความเป็นมาอย่างไร

มีด นั้นมีความสำคัญต่อในปัจจุบันและในอดีตเป็นอย่างมากเพราะว่ามีดนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นชนิดแรกๆที่มนุษย์ทำการประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อที่จะสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้มีดนั้นมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน และในอดีตก็เช่นกัน

ซึ่งจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับทุกกิจกรรมที่เรานั้นได้ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ในอดีตหรือปัจจุบันซึ่งมีดนั้นเป็นเครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นมาสำหรับตัดเฉือนปากกรีดแทง ซึ่งในส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการทำมาเหมาะสำหรับการจับด้วยมือเดียว

ซึ่งมีดนั้นสามารถจะทำเป็นอาวุธได้อีกด้วย มีดนั้นในบางประเภทมีการประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอาวุธโดยเฉพาะและมีหลากหลายประเภทมากซึ่งจะมีมีดของประเภทที่ใช้งานเช่นดังนี้ 

1.ที่ใช้สำหรับการเป็นอาวุธ

1.1 มีดที่ใช้สำหรับการใช้ต่อสู้หรือมีดสั้น (Combat knife) มีดชนิดนี้จะเป็น มีด ที่มีขนาดเล็กและออกแบบมาใช้เพื่อการต่อสู้ในระยะใกล้หรือการต่อสู้ในระยะประชิดเท่านั้น

1.2 มีดปลายปืน (Bayonet knife) เป็นมีดที่ถูกสร้างขึ้นในการใช้ติดปลายปืนของพวกปืนยาวต่างๆเช่น ak47 เป็นต้น 

1.3 มีดพกแบบสปริง เป็นมีดที่มีลักษณะเป็นด้ามอย่างเดียวซึ่งใบมีดนั้นจะซ่อนอยู่ในด้ามซึ่งจะต้องทำการกดปุ่มหรือทำการให้ใบมีดนั้นทำการโพ่ขึ้นมาโดยจะจำเป็นการดีดขึ้นมา จากด้ามของมีด 

1.4 มีดผีเสื้อ  Butterfly knife หรือมีดบาลิซอง Balisong knife บาลิซองนั้นเป็นมีดที่มีความมีเสน่ห์อย่างมากซึ่งเป็นมีดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก และบาลิซองนั้นยังเป็นมีดที่มีลูกเล่นอย่างอื่นอีกมากมาย ซึ่งมีความว่องไวเป็นอย่างมาก

2.มีดใช้เป็นเครื่องครัวหรือการทำอาหาร 

2.1 มีดสำหรับเชฟ เป็นมีดสำหรับเชฟที่ใช้ในปรุงอาหาร หรือใช้สำหรับเตรียมอาหารแบบการหั่นเป็นส่วนใหญ่ เช่นการหั่นผัก การหั่นเนื้อ เป็นต้น

2.2 มีดสำหรับการตัดขนมปัง เป็นมีดที่มีลักษณะคล้ายใบเลือยใช้ในการตัดขนมปัง เช่นขนมปังฝรั่งเศส 

2.3 มีดสำหรับการแล่ เป็นมีดขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเฉือนหรือแล่ออกเป็นชิ้นบางๆ มีดชนิดนี้จะเป็นมีดที่บางกว่ามีดของเชฟทั่วไป ซึ่งเป็นมีดไม่เหมาะกับการหัน

2.4 มีดสำหรับทำเค้กหรือสำหรับทำการปาดหน้าเค้ก เป็นมีดที่ไม่มีความคม มีดที่ใช้สำหรับการตกแต่งหน้าเค้กเท่านั้น 

2.5 มีดไฟฟ้า เป็นมีดที่มีใบเลื่อยติดอยู่

2.6 มีดทั่วไปบนโต๊ะอาหาร เป็นมีดที่ใช้สำหรับปาดเนย หรือ เป็นมีดที่ใช้สำหรับตัดสเต็ก

2.7  มีดปังตอ มีดปังตอนั้นเป็นมีดที่มีขนาดใหญ่และมีใบมีดที่หนาซึ่งใช้สำหรับการสับกระดูกที่ติดเนื้อเป็นเนื้อติดกระดูก 

2.8 มีดสำหรับปอกผลไม้  เป็นมีดเล็กๆที่มีใบมีดไม่ยาวใช้สำหรับในการปอกผลไม้หรือหั่นตัดเป็นชิ้นเล็กๆ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ

โพสท์ใน ประวัติ, เรื่องราว | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน มีด มีประวัติและความเป็นมาอย่างไร

ประวัติ Adidas  

           สำหรับ ประวัติ Adidas   นั้นเป็นแบรนด์ที่ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเสื้อกีฬาหรือรองเท้ากีฬาหรือแม้ใส่กระเป๋ากีฬาและอื่นๆอีกมากมาย Adidas นั้นมีประวัติมาอย่างยาวนานซึ่งต้องบอกว่าประวัติของ adidas นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ 1920

ซึ่งในสมัยนั้นผู้ที่เริ่มสร้างแบรนด์ Adidas ขึ้นมานั้นเขาเป็นพี่น้องคู่หนึ่งซึ่งเกิดในประเทศเยอรมนีโดยในตอนนั้นพี่น้องคู่นี้ยังคงมีฐานะยากจนอยู่เขาใช้ห้องซักผ้าของเขาซึ่งอยู่ภายในบ้านนั้นเป็นฐานผลิตรองเท้าคู่แรกของเขาโดยคนที่ผลิตรองเท้าคู่แรกขึ้นมานี้มีชื่อว่า Adi  dasler  พี่ชายของเขานั้นชื่อว่า รูดอล์ฟ  ดาสเลอร์  

            พี่น้อง ตระกูล dasler  คู่นี้สามารถสร้างรองเท้าคู่แรกได้แล้วเขาก็มีการสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมาโดยใช้นามสกุลของพวกเขาในการตั้งชื่อแบรนด์ นั่นก็คือ  dasler  นั่นเอง หลังจากที่มีการตั้งชื่อแบรนด์และสามารถผลิตรองเท้าได้แล้วเขาก็ทำการเปิดกิจการเป็นของตนเองอย่างเป็นทางการโดยเริ่มประกาศกิจกรรมในช่วงปีค.ศ 1924   ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก 2 ปีที่เริ่มผลิตรองเท้าคู่แรก

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่สินค้าแบรนด์ dasler  ได้มีการเผยแพร่ออกมาให้คนได้รู้จักกันก็มีคนให้ความสนใจรองเท้าแบรนด์นี้อย่างรวดเร็วเนื่องจากว่า มีนักวิ่งชาวอเมริกันคนหนึ่งซึ่งเป็นนักวิ่งที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปีค. ศ. 1936

และเขาได้ใส่รองเท้าของแบรนด์dasler  ในการวิ่งแข่งขันในสนามเป็นการวิ่งระยะสั้นและแน่นอนว่าเขาได้รับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปีนั้นด้วยซึ่งเขาได้เหรียญทั้งหมด 4 เหรียญด้วยกันทำให้รองเท้าที่เขาสวมใส่นั้นกลายเป็นรองเท้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังในทันที 

       สำหรับนักกีฬาคนที่ใส่รองเท้าให้กับ dasler  สร้างชื่อเสียงให้กับ  dasler   นั่นก็คือเจสซี่โอเว่นนั่นเองและเขายังเป็นนักกีฬาคนแรกที่ทำให้แบรนด์dasler  สามารถขายรองเท้าได้สูงถึงสองแสน คู่ภายในปีนั้นอีกด้วย  

ประวัติ Adidas   อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ายอดขายรองเท้าของทั้งคู่นะจะเป็นไปในทางที่ดีแต่ทั้งคู่ก็เกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าหน่วยงานทางทหารนั้นต้องทานให้แบรนด์dasler รองเท้าสำหรับใช้ในกิจการทหารเท่านั้น

        ซึ่งเป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และที่สำคัญพี่ชายของเขานั้นถูกเรียกตัวกลับไปประจำการเป็นทหารเพื่อยุติสงครามทำให้พี่น้องคู่นี้ทะเลาะกันอย่างหนักและในที่สุด  ทั้งคู่ก็แยกตัวกันออกมาผลิตรองเท้าเป็นแบรนด์ของตนเอง     โดยคนที่เป็นพี่ชายนั้นมาสร้างแบรนด์รองเท้ากีฬาที่ชื่อว่า Puma ในปัจจุบันส่วนน้องชายนั้น ได้เปลี่ยนแบรนด์รองเท้าdasler  มาเป็นคำว่า Adidas ในปัจจุบันนี้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ

โพสท์ใน ประวัติ, เรื่องราว | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประวัติ Adidas  

สงครามมหาเอเชียบุรพาพุทธศักราช2484

โดยเครื่องบินคอร์แซร์ที่ได้มี นายเรืออากาศโท สวน สุขเสริม เป็นนักบินเกือบขึ้นบินได้อย่างสำเร็จแต่ดันถูกทหารญี่ปุ่นรุมยิงและได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสส่วนพลปืนหลังคือ พลทหารสมพงษ์ แนวบรรัด ที่ได้เข้าไปช่วยถูกฟันที่แขนจนทำให้พิการด้านกองรักษาการไม่สามารถที่จะด้านกงกำลังของญี่ปุ่นที่โจมตีอย่างหนักเราได้สูญเสียทหารอากาศไปหลายสิบชีวิต

ซึ่งในการสื่อสารของกองบินได้ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิงกองเมืองประจวบแม้กระทั่งประชาชนในตัวเมืองจังหวัดศีรีขันธ์ก็เหมือนกันไม่เคยมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นพอได้มีเรื่องเกิดขึ้นมาทุกคนเกิดโกลาหลวุ่นวายจนกระทั่งหม่อมหลวงประวาศ ชุมสายสั่งให้นำครอบครัวไปลงหลุมหลบภัยหรือว่าเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่เชิงเขา

โดยทหารทุกคนในกองร้อยที่5ยังยืนยัดที่จะต่อสู้จนถึงรุ้งเช้าหลังจากที่ญี่ปุ่นได้ยึดโรงเก็บเครื่องบิดได้ นายนาวาอากาศตรีหม่อมหลวงประวาศ ชุมสายเห็นว่าไม่สามารถที่จะต้านข้าสึกได้จึงได้สั่งให้อพยพครอบครัวทหารและผู้บาดเจ็บให้ถอยไปอยู่ที่ (เชิงเขาล้อมหมวก) 

ก่อนที่หม่อมหลวงประวาศ ชุมสายจะสั่งให้เผากองบินคลังยุธภัณฑ์ต่างๆกองร้อยทหารและหมวดเสนารักษ์เพื่อไม่ให้เหลือเอาไว้ให้เป็นประโยชน์แก่ข้าศึก “ ทันทีที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม “มาถึง คณะรัฐมนตรีได้เปิดประชุมอย่างเร่งด่วนและได้มีความเห็นว่าไม่มีทางที่จะต้านกองทัพญี่ปุ่นได้จึงมีมัติให้ฝ่ายไทยหยุดยิงและยอมอนุโลมตามคำขอของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ทั่วประเทศได้รับคำสั่งให้หยุดยิงยังเว้นกองบินน้อยที่5ที่ถูกตัดขาดจากการติดต่อจากภายนอกกองบินน้อยที่5ยังคงตึงกำลังต้านทัพญี่ปุ่นเอาไว้ตลอดทั้งคืนจนกระทั่งโทรเลขคำสั่งให้หยุดยิงถูกสั่งถึงมือ นายนาวาอากาศตรีหม่อมหลวงประวาศ ชุมสาย

ช่วงระยะเวลาอันยาวนานแห่งการปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติจึงได้ยุติลงเมื่อประมาณ14.00นาฬิกาของวันที่9ธันวาคมพุทธศักราช2484วีรกรรมในครั้งนี้ทำให้เราสูญเสียทหารอากาศ38คนตำรวจยุวชนทหาร1คนครอบครัวทหาร2คนรวม42คนและได้รับบาดเจ็บ27คนทหารญี่ปุ่นได้เสียชีวิต217คน

ซึ่งในภายหลังได้มีคำสั่งให้หยุดยิงญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยและได้บีบให้ประเทศไทยประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรการเข้าร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่นทำให้กองทัพอากาศได้รับมอบเครื่องบินรบจากญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการป้องกันประเทศจากการส่งเครื่องบินเข้ามาโจมตีและทิ้งระเบิดจุดยุทธศาสตร์ต่างๆของฝ่ายสัมพัทธมิตรจึงทำให้เกิดการต่อสู้ทางอากาศอยู่หลายครั้ง

ในปีสุดท้ายของสงครามมหาเอเชียบุรพากองทัพอากาศมีส่วนสำคัญที่ช่วยในการอำนวยความสะดวกและสนับสนุนปฏิบัติการลับของกระบวนการเสรีไทยจนประสบความสำเร็จและทำให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤตของสงครามในครั้งนี้

จากวีรกรรมของบรรพบุรุษของทหารอากาศในครั้งนี้ทำให้กองบิน5ได้รับเหรียญพระราชทานกล้าหารนับว่าเป็นหน่วยแรกของทหารกองทัพอากาศที่ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหารประดับบนธงชัยเฉลิมพล

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า gclub มือถือ

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สงครามมหาเอเชียบุรพาพุทธศักราช2484

ประวัติศาสตร์แห่งนักศิลปะ สาขางานประติมากรรม 

 ศิลปะคือการสร้างสรรค์ผลงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันเมื่องานสร้างสรรค์มีพื้นที่มากมายสำหรับศิลปินและจิตรกร นำเสนอแนวคิดและผลงานที่ต้องการแสดงออก วิธีการทำงานของคนในยุคต่างๆเหล่านี้มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามในส่วนต่างๆของสังคม เป็นสิ่งสำคัญมากในการระบุลักษณะของความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนแนวคิดของเทคนิคการทำงานหลายอย่างผ่านกระบวนการคิดและจินตนาการมากมายที่จัดระบบงานศิลปะ

และสร้างรูปแบบใหม่ในงาน การเปลี่ยนแปลงและการนำเสนอผลงานศิลปะเหล่านี้ในยุคปัจจุบันมีหลายสถานที่ในการนำเสนอและโครงสร้างการพัฒนาที่ปรับปรุงรูปแบบของการนำเสนอ อย่างไรก็ โดยเฉพาะปฏิบัติกำหนดต่างๆซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาขาที่งานประติมากรรมนั้นได้สะท้อนถึงรูปแบบในการทำงานต่างๆ

และมียุคสมัยที่ทำงานประติมากรรมแกะสลักค่อนข้างเยอะ ทางด้านรูปแบบและการให้ข้อมูลของงานศิลปะในการสร้างสรรค์ของมนุษย์มีมาแล้วมากมายหลายปีและรูปแบบของสิ่งที่วิวัฒนาการของสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้สร้างให้มนุษย์มีกิจกรรมมากมาย ของการเดินไปบนท้องถนนและการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบอย่างสตรีทอาร์ตดูรูปแบบในการทำงานต่างๆที่

ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปและการเปลี่ยนแปลงของวิวัฒนาการต่างๆเหล่านี้ทำให้มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างและวิธีการใช้ชีวิตในแต่ละวันของการยืนยันในการพัฒนารูปแบบต่างๆเพิ่มมากขึ้น ประวัติศาสตร์ของงานปริมาณกำลังจะเป็น 12 สาขาที่เป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยสะท้อนและบ่งบอกถึงพูดแบบนี้ประเทศไทย

ก็มีการทำงานปฏิมากรรมค่อนข้างเยอะรวมถึงศิลปินอื่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปภาพวาดเขียนหรือ Message เป็นวรรณกรรมวรรณคดีต่างๆ รูปแบบในการวาดเขียนต่างๆเหล่านี้ค่อนข้างมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอถึงข้อมูลข่าวสารความคิดเห็น

หรือแม้แต่จะเป็นรูปแบบในการใช้ชีวิตของมนุษย์ซึ่งการเปลี่ยนแปลงและการวิวัฒนาการของสิ่งต่างๆเหล่านี้เองได้เป็นข้อมูลสำคัญที่รูปแบบในการสร้างสรรค์ผลงานและมีความจำเป็นจะต้องมีการยอมรับว่าทั้งด้านโครงสร้างการเรียนรู้และประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาแล้วเป็นจำนวนมากทำให้ผลงานของศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงร้อยเรียงถึงรูปแบบต่างๆ

และการนำเสนอข้อมูลที่ใช้วิธีการต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นในการแสดงออกถึงวิธีการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ในสถานที่ต่างๆที่สร้างผลงานมาแล้วมากมาย โดยการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆเหล่านี้มีการเปิดกว้างใหญ่ที่มีที่สิ้นสุดประวัติศาสตร์แห่งนักศิลปะต่างๆ

จึงมีในยุคสมัยที่ต่างไปมีการถ่ายโอนความรู้มาแล้วเป็นจำนวนมาก ทำไมรูปแบบงานต่างๆมีการพัฒนาและมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นทางประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบของการศึกษาแห่งการใช้สถาปัตยกรรมและการปฏิบัติตนต่อมาร่วมแบบ 

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ ufabet

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประวัติศาสตร์แห่งนักศิลปะ สาขางานประติมากรรม