ศิลปะบนเสื้อผ้าแบรนด์เนม

ด้านวงการแฟชั่นเสื้อผ้านั้นถือว่าได้รับความนิยมและเป็นวงการที่มีความหลากหลายอย่างมาก เพราะสิ่งที่เป็นแฟชั่นด้านเสื้อผ้านั้นสามารถต่อยอดได้อยู่เสมอ

และเมื่อวงการแฟชั่นมีการได้รับความนิยมจากทุกยุคทุกสมัยจึงมีการนำศิลปะเข้ามาผสมผสานให้เกิดความแปลกใหม่ในชิ้นงานแฟชั่นที่เป็นเสื้อผ้าด้วยนั่นเอง และมีการถ่ายทอดศิลปะผ่านแฟชั่นด้านเสื้อผ้าต่างได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย และแฟชั่นเสื้อผ้าที่มีการนำศิลปะไปผสมผสานนั้นส่วนมากจะเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมระดับโลกอยู่แล้วและเมื่อมีงานศิลปะไปผสมผสานกับเสื้อผ้าด้วยแล้วนั้นยิ่งเป้นการเพิ่มคุณค่าทางการค้าและความแฟชั่นในการสวใส่เพิ่มขึ้นไปอีกนั่นเอง

การนำศิลปะไปผสมผสานกับวงการแฟชั่นด้านเสื้อผ้านั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งแต้มสีที่มีลวดลายและเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์นั้น ทำให้เมื่อมีการออกคอลเลคชั่นที่โดดเด่นและมีลวดลายที่แปลกใหม่ในการนำศิลปะมาผสมผสานกับเสื้อผ้านั้นทำให้คอลเลคชั่นนั้น

เป็นที่นอยมแลมียอดขายสูงมากเลยทีเดียว เพราะคนเราในยุคนี้นั้นชอบความแปลกใหม่และไม่เหมือนใครนั้นเอง นอกจากจะมียอดขายที่สูงแล้วเมื่อมีการสร้างสรรค์งานศิลปะบนเสื้อผ้า ก็จะยิ่งมีความคิดหรือสามารถคิดและต่อยอดมรงานศิลปะบนเสื้อผ้านั้นได้มีความทันสมัยขึ้นไปอีกขั้นด้วย

โดยแบรนด์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นChanel Dior Gucci หรือแบรนด์ดังต่างๆอีกมากมาย ก็ล้วนแต่มีการนำศิลปะเข้าไปผสมผสานและเกิดเป็นแฟชั่นใหม่ๆอยู่เสมอ และนอกจากนี้นั้นแบรนด์ดังๆจะเน้นการสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะบนแฟชั่นเสื้อผ้านั้นด้วยการทำมือทั้งหมด

ทำให้เสื้อผ้ามีความโดดเด่นและน่าสนใจและรู้สึกสวยและมั่นใจขณะสวมใส่ด้วย แน่นอนว่าแม้บางครั้งการสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะลงบนแฟชั่นเสื้อผ้านั้นอาจจะเป็นสิ่งที่แปลกและแต่งต่างแต่ก้ถือว่าได้การตอบรักสำหรับคนที่ชื่นชอบในการแต่งตัวหรือชื่นชอบด้านแฟชั่นอย่างมากมายทีเดียว

และด้วยการที่แบรนด์ต่างๆนั้นมีการสร้างสรรค์ชิ้นานศิลปะลงบนแฟชั่นเสื้อผ้าที่มีความปราณีตและความโดดเด่นทีแปลกและแตกต่างไปจึงทำให้เราเสื้อผ้านั้นอาจจะค่อนข้างสูงแต่แน่นอนว่าเรานั้นจะได้เสื้อผ้าที่สวมใส่ที่ดีและมีคุณค่าอย่างแน่นนอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Holiday Palace

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ศิลปะบนเสื้อผ้าแบรนด์เนม

Art Steady Hands หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

แน่นอนแหละว่าทุกคนต่างรู้ดี ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพหรือไม่ใช่ก็เถอะ แม้แต่ตอนเด็กๆเอง ผมยังได้ยินเป็นประจำว่า มือนิ่งๆนะ คือคำที่ได้ยินบ่อยที่สุดในการถ่ายรูป แต่ก็ขอเน้นเลยว่าเป็นสมัยก่อน ที่จะได้ยินทุกครั้ง แต่ว่าถ้าเป็นสมัยนี้แล้ว กลับได้ยินน้อยลงเรื่อยๆล่ะ

ก็เพราะเทคโนโลยีที่มากขึ้นเรื่อยๆด้วย การถ่ายภาพเมื่อก่อนทำไมถึงต้องพูดคำนี้กันด้วยนะ ถ้าให้พูดกันแบบเมคเซ็นต์เลยนะ นั้นก็คือมือสั่นกล้องก็จะสั่น แล้วภาพก็จะเบลอยังไงล่ะ ทุกคนเข้าใจกันแบบนี้แน่นอน แต่ว่าถ้าพูดกันตามหลักการแล้วละก็ มันก็มีคำอธิบายกันมากกว่านั้นเช่นกัน นั้นก็คือถ้ามือสั่นจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ต้องไปดูที่เรื่องอื่นๆของกล้องด้วย

ซึ่งจะเกี่ยวกับความเร็วชัตเตอร์ด้วยเช่นกัน แล้วสุดท้ายก็จะเกี่ยวอย่างมากกับค่า ISO ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นตัวที่บอกถึงเหตุผลได้เลยว่า ทำไมเมื่อก่อนคนชอบพูดคำนี้ตอนที่จะถ่ายรูปกัน มือนิ่งๆนะ

เพราะอะไร เพราะว่าสมัยถ่ายภาพฟิล์มกันนั้น ฟิล์มมีค่า ISO ที่น้อยมาก ทำให้เพียงแค่ช่วงเย็นๆ หรือถ่ายในบ้านก็จะถ่ายแบบไม่ใช้แฟลชไม่ได้เลย มือจะต้องนิ่งไม่พอ ตัวแบบก็ต้องนิ่งมากๆด้วย ทำให้คนส่วนมากก็จะมีประสบการณ์จากการเบลอเพราะมือสั่นนี่แหละ

แต่สมัยนี้แล้ว เรื่องมือสั่นก็ได้หายไปเยอะมาก ไม่ค่อยมีคนพูดกันแล้ว ก็เพราะว่าอุปกรณ์ต่างๆได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งระบบกันสั่นที่เลนส์ ต่อมาก็ระบบกันสั่นในตัวกล้อง แล้วยังไม่พอ ก็มีระบบกันสั่นที่เป็นแกน เพิ่มขาแกนขึ้นเรื่องๆอีก

ลายเป็นระบบกันสั่นช่วยให้มือที่สั่นนั้นได้ภาพที่ไม่สั่นได้หลาย stop แล้วในเวลานี้ แล้วก็ยังเทคโนโลยีด้านการเพิ่มความสามารถของค่า iso มากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำภาพได้สว่างในที่มืดได้เยอะมาก สองส่วนนี้เป็นตัวที่เข้าไปช่วยใครค่าความเร็วชัตเตอร์นั้นเพิ่มความสามารถได้เป็นอย่างดี นี่แหละคือการอธิบายด้านเทคนิคว่าทำไมทุกวันนี้ถึงไม่ค่อยมีคนพูดว่า มือนิ่งๆกันแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การถือกล้องถ่ายรูปนั้น ก็ต้องมือนิ่งไว้ก่อนเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว บางครั้งต่อให้มีระบบต่างๆเข้าช่วยอย่างไรก็ตาม แต่มันก็ยังมีสิทธิ์ที่จะได้ภาพที่คมชัดไม่เท่ากันมือของเราที่นิ่งเองอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วเราต้องมือนิ่งไว้ก่อน ถ้าเราไม่มั่นใจ ก็ต้องมีขาตั้งกล้องเข้ามาช่วยเสริมด้วยก็จะดีมาก

 

สนับสนุนโดย  ufabet168 ทางเข้า

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน Art Steady Hands หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

เปลี่ยนความผิดพลาดเป็นเสน่ห์

เปลี่ยนความผิดพลาดเป็นเสน่ห์ หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

อย่างที่เคยบอกไปว่า การถ่ายภาพในสมัยก่อนจนถึงสมัยนี้นั้น มีอะไรมากมายที่ทั้งพัฒนาขึ้นและเปลี่ยนแนวความสนใจแต่ละยุคไป อย่างสมัยการถ่ายฟิล์ม จริงๆ เขาอาจจะไม่ชอบเกรนของฟิล์มกันก็ได้ แต่ถึงวันที่มีฟิล์มที่เกรนน้อยลงเรื่อยๆ กลับมาหลายๆคนชอบในความเป็นเกรนและกลับไปใช้ฟิล์มที่มีเกรนเช่นเดิม

เพราะมันมีมนต์ขลังอะไรบางอย่างในการแสดงเกรนอยู่ แล้วต่อมานั้นในวันที่เป็นภาพสี คนก็กลับมาสนใจความคมความชัด ไม่ชอบที่จะเห็นเกรนอีกครั้ง แต่ลองมาดูยุคสมัยนี้สิ คนที่กลับไปถ่ายฟิล์มก็ต้องการเกรนเพื่อได้ฟิวของการถ่ายภาพฟิล์ม

ในยุคที่เป็นดิจิตอลนี้ มีความต้องการความเพอเฟคของภาพมากๆ นั้นคือต้องคมและเฉดและโทนต้องตรง อะไรประมาณนี้ แต่ว่าในยุคที่อุปกรณ์สร้างภาพได้เพอเฟคอย่างมากมาย กลับเป็นการสร้างงานที่เพอเฟคคล้ายกันไปหมด ต่างกันแค่โจทย์ ไอเดีย และมุมมองของตากล้องอย่างเดียวเลย ดังนั้นแล้ว การมาเล่นกับเทคโนโลยีเก่า หรืออะไรที่ของเก่าๆทำไม่ได้นั้น กลับเป็นอะไรน่าเอากลับมาเล่น

การถ่ายภาพนั้น เข้าสู่ความไม่ตายตัวของแท้ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยี ที่เปลี่ยน สร้างภาพได้ต่างกันในแต่ละยุค ไม่ว่ายุคไหนก็ตาม การกลับไปถ่ายแบบ back to basic เป็นอะไรที่เกิดขึ้นเสมอ คนที่ใช้กล้องและเลนส์ระดับเทคโนโลยีสูงสุด ทำให้เกิดภาพที่เพอเฟคที่สุด

ใช้ไปสักพักก็เบื่อได้ จนต้องหาเลนส์เก่าๆที่เป็นเทคโนโลยี ที่ให้ภาพไม่เพอเฟค แต่มีเอกลักษณ์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนจริงๆ แล้วสำหรับภาพขาวดำนั้น ต้องบอกเลยว่า เป็นอะไรที่สื่อถึงความเป็นภาพเก่า เพราะเมื่อก่อนมีแต่สีขาวดำ

แล้วมันก็มีมนต์เสน่ห์ที่เข้ากับความไม่เพอเฟค อย่างเช่น เกรนของภาพ ความไม่คมของบางส่วน อะไรแบบนี้ เป็นอะไรที่เหมาะกับภาพขาวดำอย่างมาก การถ่ายภาพสี บางครั้งได้เกรน ได้เบลอ อาจจะทำให้กลายเป็นภาพที่ใช้ไม่ได้ ดูแล้วไม่สวย แต่พอลองทำเป็นภาพขาวดำดูสิ มันอาจจะกลายเป็นภาพที่ดูมีเสน่ห์ขึ้นมาซะอย่างนั้นเลย นี่แหละคือความต่างของภาพขาวดำและภาพสี

ภาพที่อาจจะไม่มีวันทำได้เหมือนกัน มีความน่าสนใจที่ต่างกัน แต่สำหรับผมแล้ว การใช้เลนส์หรือกล้องที่เป็นเทคโนโลยีเก่าๆ แล้วเกิดเป็นภาพที่มีข้อเสีย ของจุดด้อยต่างๆ แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว มันกลับเป็นคาร์แรคเตอร์ขอของที่ใช้เลย ที่แบบว่าต้องเป็นเลนส์นี้เท่านั้นถึงจะทำได้ และภาพขาวดำช่างเหมาะกับคาร์แรคเตอร์เหล่านั้นจริงๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  จุดอ่อนบาคาร่า

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เปลี่ยนความผิดพลาดเป็นเสน่ห์

ภาพสะท้อนมือจับกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

มาแนวสุดท้ายของการเทคนิคถ่ายกับกระจกที่น่าถ่าย จริงๆแล้วก็มีอีกหลายแบบแล้วแต่จะคิดตีมคิดโจทย์กันขึ้นมาได้แหละนะ เพียงแต่ทุกแบบที่ลิสขึ้นมาให้นี้เป็นแบบน่าเอาไปเล่นเพียงแค่นั้นแหละ

แต่แบบอื่นๆที่คิดขึ้นมาได้ถ้าแจ๋งก็สามารถทำได้เช่นกัน แบบสุดท้ายนี้ ถือเป็นแนวที่แสดงถึงความสยองขวัญสักหน่อย เป็นความสยองที่เราเห็นได้ในหนังสยองบ่อยๆแหละ แต่ถ้าเอามาเล่นเองก็จะดูเป็นคอนเทนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

หาโจทย์ให้เหมาะกับภาพกับที่สิ่งที่เราจะสื่อ ก็โอเครแล้วล่ะ แต่ถ้าเป็นคนขวัญอ่อน หรือว่าโซเชียลของเราไม่ได้เหมาะกับความสยอง ต้องการความสดใส

ก็ข้ามเทคนิคนี้ไปได้เลย ถึงแม้ว่าจะสามารถทำได้ในแนวสดใสๆเช่นกัน แต่ก็จะดูมีโจทย์ที่ไม่ตรงนัก เราจะอธิบายว่าโจทย์เราคืออะไรได้ล่ะ ถ้าถ่ายแนวสดใสด้วยรูมือจับกระจกแบบนี้

ภาพสไตล์นี้ ใช้เทคนิคที่ไม่ยากเลย ไม่ต้องใช้อะไรด้วยซ้ำไป เพียงแต่ต้องเตรียมการเรื่องแสงให้ดี เพราะว่าความสำคัญของภาพแนวนี้คือแสงที่ดูมืดสลั่วๆและดูชวนอึดอัด ดังนั้นแล้วไฟในห้องน้ำหรือหรือห้องที่มีกระจกของเรานั้น ถ้าเป็นไฟที่สว่างเกินไปก็จะไม่ทำให้ดูสยองเหมือนโจทย์ที่เราต้องการนั้นเอง

ดังนั้นแล้วอาจจะต้องใช้ไฟเสริมที่เราสามารถจัดความสว่างและทิศทางของแสงได้เอง นั้นจะทำให้เราง่ายต่อการถ่ายโจทย์นี้ยังไงล่ะ แล้วจะบอกเลยว่า ถ้าจบเรื่องแสงได้ ก็สบายล่ะ เพราะตัวแบบเองก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ชุดเสื้อผ้าก็ยังไงก็ได้ ดูสบายๆอยู่บ้านก็ได้

ผมก็ปล่อยยาวไม่ต้องมัดไม่ต้องเซ็ตอะไร ยิ่งดูเหมือนยังไม่ได้หวียิ่งดี เหมือนกับการหนีตายมา แล้วก็ฉากก็ไม่ต้องอะไร ในห้องน้ำ จัดแสงไฟ้ให้ดีเข้ากับโจทย์ ก็พอแล้ว ต่อมาก็ให้แบบเบามือทาบกระจก แค่นั้น ต่อมาก็เป็นเรื่องของตากล้องแล้ว ที่จะต้องจัดฉากให้ดี

แล้วก็ดูทิศทางแสงให้ดีเท่านั้น ตากล้องจะต้องโฟกัสที่มือของแบบที่ทาบกระจก และต้องใช้ค่ารูรับแสงที่กว้างสักหน่อยเพื่อให้ส่วนอื่นของภาพยกเว้นมือนั้นดูเบลอ แค่นี้จะได้ภาพหลายสุดๆแล้ว

ภาพแนวนี้ทางที่ดีลองแล้วก็อย่าถ่ายบ่อยล่ะ เดี๋ยวจะดูน่าเบื่อไป เพราะมันคือภาพที่มีความยูนีคสูง ถ้าถ่ายบ่อยๆก็ไม่ใช่ภาพที่ยูนีคละสิ เพราฉะนั้นแล้ว เทคนิคนี้ก็จะเป็นเทคนิคที่ถ่ายเพียงครั้งเดียวก็เกินพอ ยกเว้นจะได้งานมาที่พอจะถ่ายแบบนี้ตามโจทย์ได้

 

สนับสนุนมาจาก  คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ภาพสะท้อนมือจับกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

เทศกาลสาดสีโฮลี่

 เทศกาลสาดสี หรือ เทศกาลโฮลี่เป็นหนึ่งในเทศกาลยอดฮิตเเละสนุกสนาน ของประเทศอินเดีย ซึ่งเเสดงถึงความยิ่งใหญ่ ซึ่งมีตำนานเเต่ละตำนานเเตกต่างกันออกไป เเต่ตำนานที่จะยกตัวอย่างคร่าวๆคือ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งตัวดำ มีพี่สาวตัวขาว ตนจึงสงสัยว่าทำไมพี่สาวถึงตัวขาวจัง

จึงไปถามเเม่ เเม่ก็เลยตอบกลับเด็กผู้ขายว่า เอาสีไปปาใส่พี่สาวสิ เเค่นี้พี่สาวก็จะไม่ตัวขาวเเล้ว เด็กหนุ่มทำตาม พอปาสีใส่ พี่สาวก็เกิดไม่ยอม พี่สาวเลยปาสีใส่กลับ จึงเกิดความไม่ยอมกันไปมา จึงเกิดการปาไม่หยุดเเละสนุกสนาน

จึงเป็นจุดตั้งของการสาดสี เเละเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลสาดสีหรือเทศกาลโฮลี่นั่นเอง การสาดสีตามชื่อเทศกาลเลย การสาดสีก็เหมือนกับการสาดน้ำเหมือนวันสงกรานต์ของไทยเรานั้นเอง เเต่ที่อินเดียใช้สี 

ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่กล่าวไว้ข้างต้น จึงเหมือนกับสงกรานต์ของอินเดียนั้นเอง เเค่ใช้สี เเต่ก่อนที่จะไปสาดสีหรือปาสีใส่ใคร ก็ต้องหาซื้อสีก่อน สีที่ใช้ในเทศกาลนี้ ชื่อว่า สีกุลาล เเต่ละสีมีความหมายเเตกต่างกันออกไป เช่น สีเขียว มีความหมายว่า ความอุดมสมบูรณ์ มีหลากหลายสีไห้ได้เลือกซื้อกัน ในก่อนเข้างาน จะมีสีขายตามข้างถนน ส่วนในคืนวันงานสาดสีนั้น

ทุกคนก็จะเอาสิ่งของที่ไม่ใช้เเล้ว เเละไม้ มาเผาทิ้ง เพราะชาวอินเดียเชื่อกันว่า จะนำสิ่งที่ไม่ดีเเละอัปมงคลออกจากตัวเราไป เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งในวันงาน ตลอดทางก็จะมีกองไฟอยู่หน้าบ้าน เพราะชาวบ้านมาเผาของที่ไม่ใช้เเล้ว เเล้วทุกคนในครอบครัว

หรือเเม้กระทั่งญาติกันก็จะมาเฉลิมฉลองรอบกองไฟ ร่วมกันกินอาหาร ร้องเพลง กินเหล้ากับครอบครัว เพื่อความยินดี เเละ สนุกสนาน 

ส่วนในเมืองไทยก็มีการจัดเทศกาลสาดสีเหมือนกัน โดยจัดที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เเละเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยอีกด้วย มีทั้งนิสิตนีกศึกษา เเละชาวต่างชาติไม่ว่าจะผิวขาวผิวดำ ก็มาร่วมงานเทศกาลสาดสีส่วนใครยังงงๆว่าจัดที่เมืองไทย เอาสีที่ไหนมาสาด ในงานก็มีสีมาขาย

โดยจะเป็นสีที่มาจากธรรมชาติหรือสีออเเกนิค ที่ปลอดภัย ไม่มีอันตราย เล่นได้เลย ไม่เเพ้ไม่คัน เพราะทำมาจากสมุนไพรของไทยทั้งนั้น โดยเทศกาลสาดสี ก็เป็นอีกเทศกาลหนึ่ง ที่มีอิทธิพลมาจากศาสนา เเละคุณค่าทางจิตใจ รวมถึงความเชื่อในการปัดเป่าสิ่งที่ชั่วร้ายออกจากร่างกายของเราโดยการสาดสี เพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

โพสท์ใน ประเพณี | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เทศกาลสาดสีโฮลี่

การเล่นพนันฟุตบอลufabet

การเล่นพนันฟุตบอลนั้นแทบจะไม่มีผลดีต่อชีวิตคนเราเลยก็ว่าได้ แต่ในทางกลับกันผลเสียจากการเล่นพนันฟุตบอล นั้นมีมากมาย จนเราแทบจะบอกได้ไม่หมดเลยก็ว่าได้แต่ ทางที่ดีเราควรออกหากจากการเล่นพนันฟุตบอลหรือการพนันทุกอย่างเลยก็ยิ่งดี

หากมีคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัวเราที่เริ่มจะติดการพนันแล้วให้รีบชักชวนออกจากวงจรนี้โดยเร็วที่สุดก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินไป หรือเราเอาตัวเองไปอยู่ในวงจรการพนันนั้นให้พาตัวเราเองออกมาจากตรงนั้นยิ่งเร็วได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับตัวเราเอง

แต่การพนันที่เสี่ยงต่อสุขภาพมากที่สุดก็หนีไม่พ้นการพนันฟุตบอลหรือการแทงบอล ufabet นั่นเองเพราะการพนันฟุตบอลนั้น คนพนันส่วนใหญ่เลือกที่จะรอดูฟุตบอลคู่ที่ตัวเองได้พนันไปนั่นเอง เพราะอย่างที่เรารับรู้กันว่าฟุตบอลส่วนใหญ่นั้นจะเตะกันช่วงดึก

เพราะด้วยเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศเวลาเราดูฟุตบอลนั้นเลยต้องรอดูตอนดึกบางคู่เตะไวก็ดีไปแต่ว่าหลาย ๆ คู่นั้นเตะกันดึกมาก แล้วยิ่งเรารอดูฟุตบอลดึก ทุกวันก็จะยิ่งทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ สะสมไปเรื่อย ๆ เลยทำให้ร่างกายแย่ลงเรื่อย ๆ นั่นเอง

เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามเรามาดูผลเสียจากการที่เรานั้นติดพนันฟุตบอลดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 

อันดับแรกเลยคือสุขภาพที่แย่ลง โดยสุขภาพนี้มีผลจากการที่เรานั้นนอนดึกทุกวัน ๆ  เพื่อรอดูบอลนั่นเอง 

โดยสุขภาพของเรานั้นจะทรุดโทรมลง สมองจะทำงานช้าลง ทำให้ไม่มีสมาธิจดจ่อกับอะไรสักอย่าง ร่างกายอ่อนเพลียและจะมีอาการหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปวน ทำอะไรจะเชื่องช้าลง จะมีอาการปวดหัวบ่อย ๆเนื่องจากพักผ่อนน้อย บางคนอ้วนขึ้นก็มีสายตาพรามั่วหนังตากระตุกเจ็บป่วยง่าย

ต่อมาก็จะตามมาโดยโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ ถือว่าเป็นโรคยอดฮิตของคนนอนดึกเลยก็ว่าได้ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน ระบบร่างกายรวน โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง รวมไปถึง สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง

เพราะการนอนไม่หลับจะทำให้ฮอร์โมน เทสโทสเทอโรน ต่ำลง การนอนดึกเป็นผลมาจากการดูบอล ไม่ดีต่อร่างกายเอามาก ๆ เลย  

นอกจากนี้แล้วการพนันฟุตบอลนั้นยังมีผลทำให้เราทะเลาะกับคนใกล้ตัวได้อีกด้วย เพราะถ้าเกิดเราเสียพนันฟุตบอล ก็จะเกิดอาการหงุดหงิดทำให้พลาดทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ถ้าไม่อยากเสียคนที่คุณรักไป อย่าหลงผิดเล่นพนันฟุตบอลเลยจะดีที่สุด 

โพสท์ใน แทงบอลออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การเล่นพนันฟุตบอลufabet

เรื่องเล่าจากหัวโขน

โขนเป็นการแสดงศิลปะของไทยที่ดูมีความศักดิ์สิทธิ และก่อนจะทำการแสดงโขนได้นั้นต้องมีการนำหัวโขนมาตั้งประดิษฐานเป็นเครื่องสักการะในการไหว้ครู และจะต้องตั้งเครื่องให้ครบทั้งหมดก่อนมีพิธีไหว้ครู และก่อนจะทำการแสดงจะต้องมีการทำที่ทางในการแสดงโขนก็จะต้องมีการทำพิธีปัดเสียดรังควานออกจากบริเวรนั้นเสียก่อน

และก่อนจะมีการแต่งตัวก็ควรไหว้ครูก่อน และเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็ต้องไหว้ครูก่อนที่จะสวมหัวโขนก็ต้องไหว้ครูอีกรอบ คือประเพณีสืบทอดกันมาและเมื่อทำการแสดงเสร็จสิ้นแล้วทุกคนก็ต้องมาไหว้ครูอีกครั้ง และจะต้องมีการไหว้ขอขมากันเองด้วย

เรื่องเล่าจากหัวโขน

ความเชื่อในโบราณที่ว่าห้ามเก็บหัวโขนรวมกันควรแยกฝั่งยักษ์กับลิงออกจากัน และควรเก็บไว้คนละด้านกันเลย และจะมีหัวโขนของพระฤาษีขั้นกลางระหว่างของฝ่ายหน้ายักษ์ และหน้าลิงนั้นด้วย จึงเกิดเป็นเรื่องเล่าขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ ที่บริเวณที่เป็นห้องคลังมีไว้สำหรับเก็บหัวโขน และได้มีการแยกฝ่ายหน้ายักษ์ กับหน้าลิง ไว้คนละข้างแล้ว ตรงกลางยังตั้งหัวโขนของหน้าพระฤาษีไว้ด้วย

แต่ผู้ที่มีหน้าทีดูแลห้องคลังนี้ลืม หรือว่าตั้งใจไม่รู้ได้ ได้ทำการยกหน้าพระฤาษีออกไปไว้ที่อื่น เช้าวันรุ่งขึ้นเข้ามาในห้องคลังปรากฏว่าตู้กระจกแตกกระจายหัวโขนหล่นมาลงพื้นมีการฉีกขาดของหน้ากาก ทั้งหน้ายักษ์มีการเขี้ยวหลุด หน้าลิงจอนหูหัก แต่จะเกิดความเสียหายทั้งฝั่งหน้าลิงเสียมากกว่า และในสมัยยังเชื่ออีกว่าการนำชุดที่แสดงเกี่ยวกับโขนนั้น

ไม่ควรนำมาเก็บไว้ที่บ้านได้ รวมไปถึงรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับโขน ห้ามนำเข้าบ้านเด็ดขาด ควรจะฝากของเหล่านี้ไว้ที่วัด เพราะถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธินั่นเอง

การแต่งกายของโขนประกอบด้วย

การแต่งกายฝ่ายพระประกอบไปด้วยเสื้อมีทั้งแบบมีอินธนู และไม่มีอินธนู และมีทั้งแบบแขนสั้นและแขนยาว ของแต่ตัวละครแตกต่างกันไป เครื่องประดับก็จะประกอบไปด้วย เสื้อฉลององค์ กำไรข้อเท้า ผ้านุ่ง ที่รัดสะเอว ดอกไม้ สังวาลและก็ชฎาเป็นต้น ส่วนตัวนางก็จะมีเครื่องประดับคล้ายกัน อย่างพวกกำไรข้อเท้า เข็มขัด เสื้อนางใน ดอกไม้ทัดหูซ้าย เป็นต้น

โขนถือเป็นการแสดงที่ศักดิ์สิทธิเมื่อก่อนจะหาดูได้ยากนอกจากทางวังจัดให้มีการแสดงถึงจะได้ดู โขนเป็นเหมือนการแสดงที่คู่บ้านคู่เมืองของคนไทยไปแล้ว และยังมีมนต์ขลังทุกที ที่ได้ชมศิลปะการแสดงโขน

โพสท์ใน ประเพณีและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เรื่องเล่าจากหัวโขน

ประวัติศาสตร์ของภาคอีสาน

คุณรู้ไหมว่าในแถบทางภาคอีสานนั้นมีหลักฐานมากมายทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในภาคอีสานทั้งยังมีประวัติความเป็นมาหลากหลายชนิดที่ถูกเก็บไว้ให้เรานั้นได้เห็นและเป้นความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์มีชิ้นส่วนมากมายที่เกิดขึ้นในแถบทางภาคอีสานมีของเก่ามากมายให้เรานั้นได้ค้นหาความรู้จากหลักฐานของเก่าอีกมากมายเราจะมาพูดถึงของโบราณและอารายธรรมโบราณแห่งท้องถิ่นอีสาน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ภาคอีสานของไทยเป็นดินแดนที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานมานานหลายพันปีนับแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์และได้มีการพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถรวมตัวสร้างชุมชนขยายกลายเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ ในสมัยต่อๆมา 

เหล่งโบราณคดีมากมายที่พบอยู่ทั่วแดนอีสาน คือ หลักฐานบอกเหล่าความเป็นมาของอารยธรรมแต่เก่าก่อนมนุษย์ยุคแรกในภาคอีสานมีความเป็นอยู่เรียบง่ายอาศัยอยู่ตามถ้ำหรือเพิงผาใช้ชีวิตผูกพันธ์กับธรรมชาติเพียงการล่าสัตว์จับปลาประทังชีพหรือที่เรียกว่าสังคมล่าสัตว์ ยุคต่อมาชุมชนอีสานได้อพยพมาตั้งถิ่นฐารทำเลใหม่ในที่ต่ำริมน้ำการเป็นสังคมเกษตรมีการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เริ่มรู้จักเครื่องปั่นดินเผาก่อนพัฒนาหล่อสำริดและเหล็กเป็นลำดับจนที่สุดก็ได้ก่อรูปรวมกันเป็นชุมชนเมืองการพัฒนาของชุมชนเกตรกรรมเป็นชุมชนเมืองได้รับอิทธิพลอารยธรรมของอินเดีย

โดยผ่านมาตามลำน้ำโขงและจากภาคกลางทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม และโดยเฉพาะพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท อารยธรรมหนึ่งที่มีความโดดเด่นในประวัติศาสตร์อีสานทวาลาวดีซึ่งปรากฏหลักฐารแพร่ขยายครอบคุมดินแดนอีสานในช่วงพุทธศตวรรษที่12 14 โดยพระโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมากอันมีรูปแบบศิลปกรรมคล้ายเหือนกันอารยธรรมทวาลาวดีอื่นๆ

ซึ่งพบเห็นกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคทั่วประเทศไทย ทวาลาวดีเป็นสังคมพุทธหลังฐานที่พบเห็นอยู่ทั่วประเทศจึงมีความคล้ายเหมือนกันงานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวโยงกับพระพุทธศาสนา เช่น สถูปเจดีย์ และวิหาร ส่วนโบราณวัตถุ ที่พบก็ล้วนเป็นงานพุทธสิน เช่น พระพุทธรูป พระพิม และ ธรรมจักร แต่ก็มีบ้างสำหรับบางเมืองโดยเฉพาะในภาคอีสานที่อารยธรรมทวาลาวดีได้มีการผสมผสานหลอมรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมา

ซึ่งในการมีเอกลักษณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เรานั้นจะต้องสืบทอดให้อยู่เป็นตำนานแก่ลูกหลานของเราให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ในความเป็นจริงเรานั้นควรเลือกเก็บในสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่พิเศษแบบนี้เอาไว้เพราะรุ่นลูกหลานคงไม่มีโอกาสที่จะได้ดูเป็นแน่ แต่อย่าง้อยก็มีภาพและเรื่องเล่าพื่อเป็นการเคารพแก่บุคคลที่ล่วงลัพไปแล้วเพื่อเป็นการระลึกถึงความดีของพวกเขาอยู่เสมอนั่นเอง

โพสท์ใน ประเพณีและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ประวัติศาสตร์ของภาคอีสาน

ตำนานนางกวัก

   สำหรับนางกวักแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะเหล่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย เพราะมักจะมีการตั้งนางกวักไว้ที่ด้านหน้าของร้านเพื่อให้ช่วยเรียกลูกค้าให้เข้ามาซื้อของภายในร้าน ส่วนใหญ่ร้านค้าที่มีการบูชานางกวักไว้จะต้องการให้แม่นางกวักช่วยในเรื่องการทำมาหากิน ต้องการให้เรียกลูกค้าเข้าร้าน ไม่ใช่เพียงแค่ร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น

ตามบริษัทให้ใหญ่ พวกเจ้าสัวต่างต่าง  ต่างก็มีการบูชาแม่นางกวักไว้ด้วยกันทั้งนั้น บางคนบูชาไว้ที่โต๊ะทำงาน บางคนบูชาเอไว้ที่บ้าน สำหรับลักษณะของแม่นางกวักนั้นจะมีลักษณะของหญิงสาวหน้าตาสวยงามนั่งพับเพียบเรียบร้อย มือขวาจะยกขึ้นลักษณะเหมือนกับการกวักเรียก ส่วนมือซ้ายจะวางทาบไว้กับพื้นข้างลำตัว เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปลักษณะของนางกวักก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยบางคนหันมานำตุ๊กตาแมวญี่ปุ่นที่ทำมือกวักเรียกคน เข้ามาวางไว้แทนแม่นางกวัก

 สำหรับประวัติของแม่นางกวักแล้ว มีการประมาณการณ์กันเอาไว้ว่า เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 2,500 ปีซึ่งเกิดมานานมากแล้ว  โดยในตอนนั้นมีสามีภรรยาอยู่คู่หนึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้า โดยเปิดร้านค้าขายอยู่ที่ เมือง มัจฉิกาสัณฑ์นคร ฝ่ายชายชื่อนาย สุจิตพราหมกณ์  ส่วนด้านฝ่ายภรรยาขื่อ นางสุมณฑา โดยทั้งสองคนมีลูกสาวชื่อนางสุภาวดี สำหรับเมืองที่ทั้งสองมีการค้าขายอยู่นั้นจะอยู่ใกล้กับเมืองสาวัตถี ซึ่งอยู่ ในชมพูทวีป สำหรับครอบครัวของนางสุภาวดีนั้น ครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมากนัก

แค่เพียงพอกินพอใช้เท่านั้น บางครั้ง นายสุจิตพราหมกณ์  และ นางสุมณฑา จึงต้องเดินทางไปค้าขายยังต่างเมือง มีอยู่มาวันหนึ่งทั้งสองคนต้องไปค้าขายที่ต่างเมืองจึงได้พานางสุภาวดี ไปด้วย ซึ่งในระหว่างทางนั่นเอง นางสุภาวดีได้พบกับพระกัสสปะเถระ ซึ่งกำลังสอนพระธรรมเทศนาอยู่และเมื่อนางสุภาวดีได้ฟังก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาซาบซึ้งในพระธรรมคำสั่งสอน พระพระกัสสปะเถระ

จึงได้ให้พรให้มีความเจริญ ร่ำรวย และเมื่อนางสุภาวดี ต้องตาม นายสุจิตพราหมกณ์  และ นางสุมณฑา ไปขายของทีเมืองอื่นอีกก็ไปเจอกับพระสีวลีเถระเจ้า ซึ่งนางสุภาวดีก็ชอบไปนั่งฟังที่ พระสีวลีเถระเจ้า ทรงเทศนาธรรม ทำให้พระสีวลีเถระเจ้าทรงให้พร ให้นางสุภาวดีและครอบครัวประสบกับความสำเร็จและร่ำรวย ค้าขายได้กำไรเช่นกัน ซึ่งนับว่านางสุภาวดีเป็นคนที่มีบุญบารมีมาก

เพราะว่ามีพระอรหันต์ถึง 2 รูปที่มาให้พร และนับตั้งแต่นางสุภาวดีได้รับพร ครอบครัวของนางก็ค้าขายดีมาตลอดทำให้ครอบครัวร่ำรวย ซึ่งทุกครั้งที่จะไปขายของยังต่างเมืองพ่อของนางมักจะพานางไปด้วยเสมอ และเมื่อนางเสียชีวิตลง

ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันปั้นรูปเหมือนเพื่อเป็นเสมือนตัวแทนของคนที่มีบุญบารมี และให้นางสุภาวดีมาช่วยเรียกลูกค้าให้ ซึ่งจากลักษณะท่าทางที่มีการปั้นรูปเหมือนเอาไว้ทำให้ชาวบ้านต่างเรียกขานกันว่า นางกวัก

โพสท์ใน ประเพณีและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ตำนานนางกวัก

ประเพณีชักพระ

ประเพณีชักพระ เป็นวัฒนธรรมของภาคใต้

งานชักพระซึ่ง เป็นการสืบทอดประเพณีของชาวใต้ที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพระบุรุษซึ่งตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 11 โดยเชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ เพื่อที่จะลงมาท่านแม่พุทธสนิกชนจึงไปรอรับเสด็จแล้วอัญเชิญพระพุทธเจ้าขึ้นนั่งบนบุษบกแล้วนำแห่ไปรอบเมือง แต่ชาวบ้านที่มารอรับเสด็จนั้นมีจำนวนมากมายมหาสาน ต่างก็อยากนำอาหารถวายพระองค์แต่เข้าไม่ถึง แล้วเอาอาหารที่เตรียมไว้ห่อใบไม้และได้โยนอาหารและบางคนถึงกับปาอาหารใส่พระองค์

แต่อาหานเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธเจ้าหมดทั้งสิ้น จึงทำให้เกิดมีการ ห่อข้าวต้มมัดขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน และต่อมาได้มีพระพุทธรูปขึ้นมาแล้ว ชาวบ้านจึงเอาพระพุทธรูปนี้ แห่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า และจะนำพระพุทธรูปขึ้นบนเรือที่ตกแต่งกันอย่างสวยงามแห่ไปรอบเมืองหรือบริเวณที่จัดงาน ซึ่งปัจจุบันได้จัดงานมีการประกวดเรือพระนี้ด้วย

การตกแต่งเรือพระ

การตกแต่งเรือพระ หรือเรียกอีกอย่างว่า นมพระ บุษบก นี้จะเป็นการรวมใจของชาวบ้าน พระภิกษุ สามเณรและช่างฝีมือได้ช่วยกันตกแต่งเรือขึ้นมาซึ่งจะตกแต่งด้วยโฟมนำ โฟมไปแกะสลักเป็นลวดลายไทย และลงสีให้สวยงาม บางที่ทำเป็นรูปพญานาคใช้กระดาษที่มีสีสันสวยงานมาประดับกันและจะกระกอบไปด้วย ช่อฟ้าใบระกาฐานพระ บัวปลายเสา ตัวลำยอง ส่วนตัวเสาจะมีการแทงหยวกกล้วย หรือไม่ก็ใช้กระดาษมาตัดเป็นลวดลายปิดเสา ส่วนยอดก็ประดับด้วยลูกแก้วที่มีสีสันสวยงาม เมื่อเสร็จแล้วก็อัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นบนเรือ การแห่เรือพระมี 2 แบบ

ประเพณีลากเรือพระมี2 แบบ

การแห่เรือพระ แบบแรกนี้เป็นแบบทางบกเมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นมาบนเรือแล้ว และจะใช้เชือกแบ่งเป็นสองสาย แบ่งเป็นหญิงสายหนึ่ง ผู้ชายสายหนึ่ง และจะใช้เครื่องดนตรีอย่าง ฆ้อง โพน ระฆัง ตีเป็นการให้จังหวะในการลากเรือพระนี้ และจะตะโกนร้องเพลง กันเป็นที่สนุกสนานแต่การลากเรือพระชนิดแห่บกนี้ วัดนั้นๆ จะต้องอยู่ไกลแม่น้ำและลำคลอง(ปัจจุบันจะใช้รถในการแห่แทน)

การแห่เรือพระ แบบที่สองนี้เป็นการแห่แบบทางน้ำโดยจะอัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรลงเรือที่ตกแต่งแล้ว และจะสะดวกสบายกว่าการแห่ทางบก วัดที่อยุ่ใกล้แม่น้ำลำคลองจะนิยมใช้วิธีนี้

ประเพณีการชักพระของภาคใต้

เมื่อมีการลากเรือพระ หรือแห่เรือพระไปในที่ต่างก็จะนำเรือพระเหล่านั้นมาจอดรวมกัน ในที่ทางจังหวัดนั้นกำหนดและจะมาก่อนพระฉันเพล เพื่อจะให้ประชาชนได้ใส่บาตรให้ทั่วทุกวัด และยังมีดความเชื่ออีกว่า ใครที่ได้ทำการชักพระได้ทุกปีได้ จะประสบผลสำเร็จแก่ชีวิตและจะได้บุญมากอีกด้วย

โพสท์ใน ประเพณีและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ประเพณีชักพระ